Tenses ทั้ง 12 สรุปเข้าใจง่าย

Tenses คือรูปแบบของ Verbs (กริยา) ที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาที่การกระทำนั้นๆเกิดขึ้น เราใช้ tenses เพื่อพูดหรือเขียนถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาที่แตกต่างกัน รูปแบบ tenses หลักๆ จะมีแค่ ปัจจุบัน (Present) อธิบายด้วยกริยาช่องที่ 1  และอดีต (Past) อธิบายด้วยกริยาช่อง 2 เท่านั้น ส่วนอนาคต เราสามารถใช้กริยาช่วย (will/shall) มาเสริม หรือใช้ในรูปแบบของ be going to

Tenses แบ่งออกเป็นได้ 12 โครงสร้างตามกาลเวลาดังนี้

  1. Present Simple Tense  (Subject + V.1)

ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เกิดขึ้นทั่วๆไปในปัจจุบัน เกิดขึ้นเป็นประจำ สม่ำเสมอ ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ หรือ พูดถึงนิสัย บางทีก็ใช้พูดถึงตารางเวลา โครงสร้างประโยคคือ ประธาน + กริยาช่องที่ 1

ตัวอย่าง:

  • The Earth revolves around the Sun. (โลกหมุนรอบพระอาทิตย์)
  • I usually go to school by bus. (ปกติฉันไปโรงเรียนโดยรถเมล์)
  • The train leaves at 7 PM. (รถไฟออกเวลา 1 ทุ่ม)

Keywords: every day (ทุกๆวัน)

 

2. Present Continuous Tense (Subject + V. to be + V.ing)

ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูดอยู่ เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในทุกๆวัน และเหตุการณ์ที่แพลนว่าจะทำอย่างแน่นอน

ตัวอย่าง:

  • I am waiting for you. (ฉันกำลังรอคุณ)
  • I am living in Bangkok. (ฉันกำลังอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ)
  • You are getting taller and taller every day. (คุณกำลังสูงขึ้นๆทุกวัน)
  • We are watching a movie later. (เรากำลังจะไปดูหนังกันหลังจากนี้)

 

3.  Present Perfect Tense (Subject + have/has + V.3)

ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วจบลงในปัจจุบัน

ตัวอย่าง:

  • I have seen that movie already. (ฉันดูภาพยนตร์เรื่องนั้นแล้ว)
  • I have just eaten (ฉันเพิ่งทานข้าวมา)
  • I have arrived in London! (ฉันเพิ่งมาถึงลอนดอน)

หมายเหตุ : กริยาบางตัวเช่น live (อยู่), work (ทำงาน), study (เรียน), know (รู้จัก), stative verbs เหตุการณ์อาจจะเกิดขึ้นเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วปัจจุบันยังไม่จบได้

เช่น I have known him for 3 years. (ฉันรู้จักกับเขามา 3 ปีแล้ว ปัจจุบันนี้ก็ยังรู้จัก)

Keywords: already (แล้ว) , just (เพิ่งจะ), since (ตั้งแต่), for (เป็นระยะเวลา)

 

  1. Present Perfect Continuous Tense (Subject + have/has + been + V.ing)

 ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วกำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน

ตัวอย่าง:

  • I have been cooking (ฉันได้ทำอาหารเย็นเป็นระยะเวลาหนึ่งและตอนนี้กำลังทำอยู่)
  • I have been eating too much cake. (ฉันได้ทานเค้กมากเกินไป ตอนนี้ก็ยังคงทานอยู่)
  • I have been fixing my car. (ฉันได้ซ่อมรถและตอนนี้ก็ยังซ่อมอยู่)

 

  1. Past Simple Tense (Subject + V.2)

 ใช้พูดถึงเหตุการณ์ทั่วไปที่จบลงไปแล้ว

ตัวอย่าง:

  • Last night, I watched a documentary about Bangkok. (เมื่อคืนนี้ ฉันดูสารคดี เกี่ยวกับกรุงเทพฯ)
  • I came to the US in 2000. (ฉันมาถึงสหรัฐอเมริกาในปี 2000)
  • We went to the zoo last week. (พวกเราไปสวนสัตว์สัปดาห์ที่แล้ว)

Keywords: last night (เมื่อคืนนี้), yesterday (เมื่อวานนี้), ago (ที่ผ่านมา)

 

  1. Past Continuous Tense (Subject + was/were + V.ing)

ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในอดีต

ตัวอย่าง:

  • This time last week, we were hiking in Australia. (ในเวลานี้ของสัปดาห์ที่แล้ว พวกเรากำลังปีนเขาอยู่ในออสเตรเลีย)
  • I was eating lunch with friends. (ฉันกำลังทานข้าวกลางวันกับเพื่อนในอดีต)
  • She was sleeping when the phone rang. (เธอกำลังนอนหลับอยู่ในขณะที่โทรศัพท์ดังขึ้น)

 

  1. Past Perfect Tense (Subject + had + V.3)

 ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วจบลงในอดีต

ตัวอย่าง:

  • He had cooked dinner before she got back from work. (เขาได้ทำอาหารเย็นเสร็จก่อนที่เธอกลับมาจากการทำงาน)
  • The train had left before we arrived at the station. (รถไฟออกไปก่อนที่พวกเราจะไปถึงสถานี)
  • When I turned on the TV, the film had ended. (เมื่อฉันเปิดทีวี ภาพยนตร์เรื่องนั้นได้จบลงไปแล้ว)

 

  1. Past Perfect Continuous Tense (Subject + had + been + V.ing)

 ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วกำลังเกิดขึ้นในอดีต

ตัวอย่าง:

  • I had been training to be a dancer until I broke my leg. (ฉันได้ฝึกซ้อมเป็นนักเต้นจนกระทั่งขาฉันหัก)
  • We had been waiting for a long time when the bus finally came. (พวกเราได้รอเป็นระยะเวลานานเมื่อสุดท้ายรถบัสก็มา)
  • I had been teaching English in Tokyo when the earthquake hit. (ฉันได้สอนภาษาอังกฤษในโตเกียวเมื่อตอนที่แผ่นดินไหว)

 

  1. Future Simple Tense (Subject + will + Inf. V.)

 ใช้พูดถึงเหตุการณ์ทั่วไปที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

ตัวอย่าง:

  • I will make you some hot soup. (ฉันจะทำซุปร้อนๆให้คุณ)
  • You will love (คุณจะรักมัน)
  • I will go to school. (ฉันจะไปโรงเรียน)

Keywords: tomorrow (พรุ่งนี้), next week (สัปดาห์หน้า), next month (เดือนหน้า), next year (ปีหน้า)

 

  1. Future Continuous Tense (Subject + will + be + V.ing)

ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่คาดว่าจะกำลังเกิดขึ้นในอนาคต

ตัวอย่าง:

  • She will be starting school in September. (เธอจะกำลังเริ่มเรียนในเดือนกันยายน)
  • I will be running 10 miles tomorrow. (ฉันจะกำลังวิ่งระยะทางสิบไมล์พรุ่งนี้)
  • The store will be closing in five minutes. (ร้านค้าจะกำลังปิดในอีกห้านาที)

 

  1. Future Perfect Tense (Subject + will + have + V.3)

ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลาหนึ่งและจบลงในอนาคต

ตัวอย่าง:

  • She will have finished the laundry by this afternoon. (เธอจะซักผ้าเสร็จภายในบ่ายนี้)
  • The next time you see me, I will have had a haircut. (ครั้งหน้าที่คุณเจอฉัน ฉันจะได้ไปตัดผมเรียบร้อยแล้ว)

 

  1. Future Perfect Continuous Tense (Subject + will + have +been + V.ing)

ใช้พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลาหนึ่งและกำลังเกิดขึ้นในอนาคต

ตัวอย่าง:

  • By July, I will have been working here for a year. (ภายในเดือนกรกฎาคม ฉันจะกำลังทำงานที่นี่ได้ 1 ปี)
  • By the time I get there, she will have been waiting for over an hour.
    (เมื่อฉันไปถึงที่นั่น เธอน่าจะกำลังรอมามากกว่า 1 ชั่วโมง)

  

Click to rate this post!
[Total: 2 Average: 5]

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

1 Comment

  1. Future Simple Tense : อนาคต หลักการใช้ สรุป - English Down-under

    […] Facebook Twitter Youtube Instagram Tenses […]

Leave A Comment

error: Content is protected !!

Welcome

 

วิดีโอสอนภาษาอังกฤษฟรี!

คลิก Link ด้านล่างเลย